[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
เมนูหลัก
สารสนเทศโรงเรียน

ข้อมูลพื้นฐานโรงเรียน

ข้อมูลบุคลากร

  ข้อมูลนักเรียน DMC

ข้อมูลสิ่งปลูกสร้าง B-obec

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต

ข้อมูลครุภัณฑ์ M-obec

เขตพื้นที่บริการ

สารสนเทศวิชาการ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

  การบริหารจัดการหลักสูตร

การจัดการเรียนรู้

การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

การวัดและประเมินคุณลักษณะฯ

การแก้ไข 0 , ร , มส

สถิติจำนวนบุคลากรSGS

สถิติจำนวนนักเรียนSGS

สารสนเทศงบประมาณ
แบบขออนุมัติใช้จ่ายงบประมาณW
  แบบขออนุมัติใช้จ่ายงบประมาณ
แบบประมาณการซื้อวัสดุอุปกรณ์W
แบบประมาณการซื้อวัสดุอุปกรณ์

 

  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
  VIEW : 76    
โดย D

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 3
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 60%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 184.22.194.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 15 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2564 เวลา 14:19:41    ปักหมุดและแบ่งปัน

7 ผลดีขั้นเทวดาของ “กระเจี๊ยบเขียว” ที่คุณอาจไม่รู้จัก
แบ่งปันเกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพทั้งยังโรคภัยไข้เจ็บ แนวทางบริหารร่างกาย เทคนิคลดความอ้วน เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อยู่กินของอร่อยไปได้อีกนานๆ
หากจะกล่าวว่าคนญี่ปุ่นนิยมทานกระเจี๊ยบ joker123 เขียวมากมาย ทุกคนจะเชื่อหรือไม่ขา­ ทานใหม่ๆนำไปเตรียมอาหารต่างๆสารพัดสารพันรายการอาหารอีกต่างหาก ขนาดไปเวียดนาม ตรงนั้นยังเสิร์ฟกระเจี๊ยบเขียวให้มาย่างทานกันใหม่ๆอีกด้วย ไม่ใช่แค่รสที่ดี แต่ว่าเป็นเพราะเหตุว่าคุณประโยชน์เยี่ยมๆของกระเจี๊ยบเขียวนี่แหละ joker123  ที่ทำให้ใครๆก็หามาทานกันมาก จะเป็นประโยชน์ในด้านใดบ้าง มาดูกันจ้ะ
ผลดีขั้นเทวดาของ “กระเจี๊ยบเขียว”
1. ช่วยลดปริมาณระดับน้ำตาลภายในเลือด เหมาะกับคนป่วยโรคเบาหวาน แล้วก็ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำตาล-น้ำหนัก
2. ลดท้องผูก เพราะเหตุว่ามีมูกที่ช่วยทำให้อุจจาระอ่อนตัวขึ้น และก็ยังมีใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย
3. ลดคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย
4. ลดการเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคกระเพาะ เยื่อบุกระเพาะของกินอักเสบ แล้วก็ลำอักเสบได้
5. ผู้ใดที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว การทานกระเจี๊ยบเขียวพร้อมมูกเหนียวๆใสๆจะช่วยเข้าไปฉาบแผลในกระเพาะได้อีกด้วย
6. ฝักกระเจี๊ยบต้มเกลืออ่อนๆสามารถแก้ลักษณะของกรดไหลย้อนได้
7. มีโฟเลตสูง ช่วยสร้างเสริมเม็ดเลือดแดง รวมทั้งเป็นสิ่งสำคัญต่อความก้าวหน้าของลูกน้อยในท้อง โดยเหตุนั้นก็เลยเหมาะสมกับหญิงตั้งท้อง
แนวทางกินกระเจี๊ยบเขียว
สามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กๆทานใหม่ๆได้เลย หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำไปเตรียมอาหารกับรายการอาหารอื่นๆนำไปปิ้งด้วยไฟอ่อนๆหรือจะทานผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมะนาว หรือไอศกรีมก็ได้จ้ะ
กระเจี๊ยบเขียว คุณประโยชน์แล้วก็ประโยชน์ที่ได้รับมาจากกระเจี๊ยบเขียว 47 ข้อ !
By MedThai | POSTED: 24 เดือนกันยายน 2013, UPDATED: 4 ส.ค. 2017
กระเจี๊ยบเขียว
1 กระเจี๊ยบเขียว
2 รูปแบบของกระเจี๊ยบเขียว
3 คุณประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว
4 คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากกระเจี๊ยบเขียว
5 ค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบเขียวดิบ ต่อ 100 กรัม
กระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียว ชื่อสามัญ Okra, Lady's finger, Gombo, Gumbo, Bendee, Quimbamto แม้กระนั้นในประเทศอินเดียจะเรียกกระเจี๊ยบเขียวว่า บินดี (Bhindi) ส่วนประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเรียกว่า บามี (Bamies)
กระเจี๊ยบเขียว ชื่อวิทยาศาสตร์ Abelmoschus esculentus (L.) Moench จัดอยู่ในตระกูลชบา (MALVACEAE)
สมุนไพรกระเจี๊ยบเขียว ยังมีชื่อแคว้นอีก ตัวอย่างเช่น กระต้าด (จังหวัดสมุทรปราการ), กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบมอญ มะเขือ มะเขือมอญ มะเขือทะวาย ทวาย (ภาคกึ่งกลาง), มะเขือมอญ มะเขือเมียนมาร์ มะเขือละโว้ มะเขือขม มะเขือมื่น (ภาคเหนือ), ถั่วเหลว (ภาคอีสาน) ฯลฯ รวมทั้งสำหรับในประเทศไทย พื้นที่ที่มีการปลูกกระเจี๊ยบเขียวกันสูงที่สุดจำนวนมากแล้วจะอยู่ในภาคกึ่งกลาง ดังเช่นว่า จังหวัดนครปฐม จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดราชบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดพิจิตร สุพรรณ จังหวัดสมุทรสาคร แล้วก็จังหวัดกาญจนบุรี
รูปแบบของกระเจี๊ยบเขียว
ต้นกระเจี๊ยบเขียว มีบ้านเกิดเมืองนอนในแถบแอฟริกาตะวันตก ในประเทศซูดาน และก็คาดคะเนว่าน่าจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยข้างหลังปี พุทธศักราช2416 โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกที่แก่โดยประมาณ 1 ปี มีความสูงโดยประมาณ 0.5-2.4 เมตร ลำต้นแล้วก็กิ่งมีสีเขียว แต่ว่าครั้งคราวก็มีจุดประม่วง ตามลำต้นจะมีขนอ่อนหยาบๆขึ้นปกคลุม เหมือนกับใบและก็ผล เจริญวัยได้ดิบได้ดีกลางอากาศครึ่งหนึ่งร้อน หรือที่อุณหภูมิระหว่าง 18-35 องศาเซลเซียส เพาะพันธุ์ด้วยแนวทางใช้เม็ด
ต้นกระเจี๊ยบเขียว
ใบกระเจี๊ยบเขียว มีใบเป็นใบคนเดียวขนาดใหญ่ รูปแบบของใบเหมือนรูปฝ่ามือเรียงสลับกัน ใบมักเว้าเป็น 3 แฉก มีความกว้างโดยประมาณ 10-30 ซม. ปลายใบหยักแหลม โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ มีเส้นใบออกมาจากโคนใบ 3-7 เส้น ใบมีขนหยาบคาย ก้านใบยาว
ใบกระเจี๊ยบเขียว
ดอกกระเจี๊ยบเขียว มีดอกสีเหลืองอ่อน ที่โคนกลีบข้างในจะมีสีม่วงออกสีแดงเข้ม รูปไข่กลับหรือออกจะกลม มีดอกตามง่ามใบ มีริ้วประดับประดาเป็นเส้นสีเขียวโดยประมาณ 8-10 เส้น เรียงเป็นวงรอบโคนกลีบเลี้ยง กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ แล้วก็กลีบดอกไม้ 5 กลีบ ดอกมีเกสรตัวผู้เยอะแยะ มีก้านยกอับเรณูรวมกันลักษณะเป็นหลอดยาวราว 2-3 ซม.ห่อเกสรตัวเมียไว้ อับเรณูเล็กเยอะมากติดอยู่รอบหลอด ก้านเกสรตัวเมียมีลักษณะเรียวยาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก ยอดเกสรตัวเมียเป็นแผ่นกลมมีขนาดเล็กสีม่วงแดง ยื่นพ้นปากหลอดดอก
ดอกกระเจี๊ยบเขียว
ผลกระเจี๊ยบเขียว หรือ ฝักกระเจี๊ยบเขียว ผลมีลักษณะเป็นฝัก โดยฝักคล้ายกับนิ้วมือสตรี ฝักมีสีเขียวทรงเรียวยาว มักโค้งน้อย ปลายฝักแหลมเป็นจีบ ผิวฝักมีเหลี่ยมเป็นสัน โดยฝักมีสันเป็นเหลี่ยมตามแนวยาวอยู่ 5 เหลี่ยม ตามฝักจะมีขนอ่อนๆอยู่ทั่วฝัก ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาล ในฝักมีน้ำมูกข้นเหนียวอยู่มากมาย และก็มีเม็ดลักษณะกลมอยู่มากมาย ขนาดโดยประมาณ 3-6 มม. ฝักอ่อนมีรสหวานกรอบอร่อย ส่วนฝักแก่จะมีเนื้อเหนียว ไม่ได้รับความนิยมสำหรับในการกิน
ฝักกระเจี๊ยบเขียว
ผลกระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียวจะมีอยู่ร่วมกันหลายสายพันธุ์ ซึ่งจะมีความไม่เหมือนกันในเรื่องของลักษณะ ยกตัวอย่างเช่น ความสูงของต้น ความยาวของฝัก สีของฝัก หรือปริมาณเหลี่ยมบนฝัก แม้กระนั้นสายพันธุ์ที่มีการเพาะปลูกเพื่อการส่งออกนั้นต้องเป็นสายพันธุ์ที่มีฝัก 5 เหลี่ยม สีฝักมีสีเขียวเข้ม เส้นใยน้อย ผิวของฝักมีขนละเอียด ฝักดกได้ผลผลิตสูง รวมทั้งมีลำต้นเตี้ย
คุณประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว
ฝักกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอยู่มากมาย ก็เลยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงเดิมได้ โดยช่วยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงเดิม กระเจี๊ยบเขียวก็เลยเป็นผักที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน (ผล)
ใช้เป็นยาบำรุงสมอง (ผล)
ช่วยรักษาโรคความดันเลือด รักษาความดันให้ปกติ (ผล)
ผลช่วยแก้อาการหวัด รักษาหวัด (ผล)
ช่วยปกป้องอาการเส้นเลือดตีบ (ผล)
ใบช่วยขับเหงื่อ (ใบ)
ใบกระเจี๊ยบช่วยแก้โรคปากนกกระจอก (ใบ)
เส้นใยของกระเจี๊ยบยังช่วยกำจัดไขมันจำนวนสูงที่น้ำดี ซึ่งจะช่วยลดไขมันแล้วก็คอเลสเตอรอลได้ คล้ายกับการกินยาลดไขมันแล้วก็คอเลสเตอรอล (สแตว่ากล่าวน) (ผล)
ช่วยกำจัดพิษออกมาจากร่างกายรวมทั้งช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเส้นใยของกระเจี๊ยบเป็นตัวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ โดยการจับกับน้ำดี ซึ่งมักจับพิษที่ร่างกายอยากถ่ายที่ถูกส่งมาจากตับ และก็สารมูกในฝักยังช่วยจับพิษพวกนี้ ซึ่งการจับกับน้ำดีนี้จะกำเนิดในไส้และก็ขับออกมาทางอุจจาระ ทำให้ไม่เหลือสารพิษตกค้างอยู่ในไส้ (ผล)
ผักกระเจี๊ยบเขียว คุณประโยชน์ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ(ผล)
การกินฝักกระเจี๊ยบเสมอๆจะช่วยรักษาโรคกระเพาะ เยื่อบุกระเพาะรวมทั้งไส้อักเสบ ช่วยสำหรับในการดำเนินงานของระบบขับถ่าย ก็เลยช่วยสำหรับการถ่าย ทำให้ขี้ได้ชำนาญ ช่วยคุ้มครองป้องกันท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม และก็ช่วยสำหรับในการปฏิบัติงานของระบบดูดซีมสารอาหาร ช่วยส่งเสริมการขยายพันธุ์ของแบคทีเรียที่มีคุณประโยชน์ (โพรไบโอว่ากล่าวกแบคทีเรีย) ช่วยลดการเสี่ยงของโรคแผลในกระเพาะ คุ้มครองโรคมะเร็งกระเพาะรวมทั้งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ผล)
ในฝักกระเจี๊ยบเขียวจะมีสารที่เป็นมูกชนิดเพกทิน (Pectin) และก็กัม (Gum) ที่มีคุณลักษณะช่วยสำหรับในการฉาบแผลในกระเพาะและก็ไส้ได้ โดยคุ้มครองป้องกันไม่ให้มีการขยายของแผลได้อย่างดีเยี่ยม (ได้ผลลัพธ์ที่ดีเท่าๆกับยา Misoprotol) แล้วก็ยังช่วยยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะได้ (ผล)
มูกลื่นในฝักกระเจี๊ยบ ช่วยฉาบกระเพาะ ทำให้กระเพาะไม่มีการระคาย ช่วยปรับให้ของกินถูกย่อยในไส้ได้สบายเยอะขึ้นเรื่อยๆ (ผล)
ช่วยแก้บิด ด้วยการใช้ผลแก่นำมาบดเป็นผุยผงใช้ผสมกับน้ำกินแก้อาการ (ผล)
ช่วยทุเลาลักษณะของการปวดท้องของโรคกระเพาะ หรือในคนเจ็บที่เยื่อบุกระเพาะและก็ไส้อักเสบ (ผล)
ช่วยแก้ลักษณะของกรดไหลย้อนกลับ ด้วยการนำฝักกระเจี๊ยบมาต้มในน้ำเกลือแล้วก็ใช้รับประทานแก้อาการ (ผล)
ช่วยขับพยาธิตัวจี๊ด (ต้นสายปลายเหตุมาจากการได้รับตัวอ่อนของพยาธิที่อยู่ในเนื้อดิบ ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ กบ กุ้ง เนื้อปลา ฯลฯ) ด้วยการกินฝักกระเจี๊ยบต่อเนื่องกันตรงเวลาอย่างต่ำ 15 วัน แต่ว่าสำหรับบางรายจำต้องกินเป็นเดือนก็เลยจะหาย (ผล)
ช่วยแก้อาการขัดเบา (ในประเทศอินเดีย) (ผล)
ในแบบเรียนยาแผนโบราณของจีน มีการนำราก เม็ด แล้วก็ดอกกระเจี๊ยบ คุณประโยชน์ใช้เป็นยาขับเยี่ยว ส่วนในประเทศอินเดียนั้นจะใช้ฝักเอามาต้มกับน้ำกินเพื่อช่วยขับฉี่เมื่อมีลักษณะกระเพาะปัสสาวะแล้วก็ฟุตบาทเยี่ยวอักเสบ หรือเมื่อเยี่ยวขัด (ผล, ราก, เม็ด, ดอก)




Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.5


Based on : Maxsite1.10 Modified to ATOMYMAXSITE 2.5